Skip to main content
Home << ข่าวสารและกิจกรรม << “จา-ณัชชานิษฐ์ ปภาจรัลรมย์” แห่ง LA MONDE กับหนังสือที่นำมาสร้างแนวคิดต่อยอดธุรกิจ

“จา-ณัชชานิษฐ์ ปภาจรัลรมย์” แห่ง LA MONDE กับหนังสือที่นำมาสร้างแนวคิดต่อยอดธุรกิจ

การจะประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจหรือสิ่งใดสักอย่างหนึ่ง เรื่องของแรงบันดาลใจ หรือบุคคลต้นแบบของการดำเนินชีวิตและการทำงาน รวมถึงหนังสือสักเล่มที่อาจจะให้สิ่งที่คนหนึ่งคนอ่านและไม่คาดคิด แต่คนอีกคนหนึ่งอ่านแล้วนำมาสร้างเป็นหลักในการดำเนินธุรกิจให้บังเกิดเป็นความสำเร็จขึ้นมาได้อย่างน่าอัศจรรย์ “จา-ณัชชานิษฐ์ ปภาจรัลรมย์”  ผู้ดูแลแบรนด์เครื่องสำอาง LA MONDE ผลิตภัณฑ์ของไทยที่คิดค้นโดยคนไทยให้ก้าวไปสู่ตลาดโลก

mBookStore : มาทำความรู้จักกันก่อน

คุณจา : ก่อนที่จะมาอยู่ที่ LA MONDE ผ่านงานมาก็หลายที่เหมือนกัน อาทิ Research & Development Supervisor และ Senior QA Supervisor ที่บริษัท Hi-Q Food Product, Project Manager ที่บริษัท CDIP Thailand เรียนจบ สาขาเทคโนโลยีชีวภาพ คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  ซึ่งคณะนี้คนส่วนใหญ่จะรู้จักว่าเรียนเกี่ยวกับ Food Science แต่จาเรียนอีกเซคชั่นหนึ่งที่เป็นเทคโนโลยีชีวภาพประยุกต์ใช้ในด้านการผลิตอาหาร  เช่น การผลิตไวน์ เบียร์ น้ำส้มสายชูหมัก เป็นต้น

mBookStore : เข้ามาอยู่ที่ LA MONDE ได้อย่างไร

คุณจา : ในตอนแรกหลังจากที่จบทางสายอาหารเราก็เริ่มทำงาน R&D ในโรงงานผลิตอาหารสำเร็จรูป แล้วเรียนต่อด้านการตลาด และขยับมาอยู่ในฝั่งของ Marketing ซึ่งจาจะดูในเรื่องของ Customer Service และกฏหมายอาหาร  เวลาทีมการตลาดมีการจัดอีเว้นท์หรือคุยกับเอเจนซี่ต่างๆ จาก็จะได้เข้าร่วมประชุมด้วย เลยรู้สึกว่าเราก็น่าจะข้ามฝั่งมาอยู่ทางฝั่งมาร์เกตติ้งได้ แต่ก็มีจุดที่ทำให้เปลี่ยนแปลงอีกโดยท้าทายตัวเองว่าเราจะทำด้านการขายได้ไหม  ซึ่งก็คือเปลี่ยนมาเป็นงานของ Project Manager ซึ่งงานนั้นเป็นเรื่องของการขายในรูปแบบของโปรเจค OEM ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและเครื่องสำอาง  ซึ่ง ณ ปัจจุบันในท้องตลาดที่คนดังอยากจะทำอาหารเสริมเป็นแบรนด์ของตัวเอง หรือคนที่มองเห็นช่องทางการทำตลาดผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงาม เช่น เจ้าของคลินิก ฟิตเนส บริษัทยา หรือธุรกิจขายตรง ที่ต้องการเพิ่มสายผลิตภัณฑ์ในธุรกิจของตัวเอง  จาก็จะรับทำโปรเจคให้กับลูกค้ากลุ่มนี้ mBookStore : เล่าถึงความเป็นมาของแบรนด์ LA MONDE

คุณจา : ก่อนเริ่มทำ LA MONDE จาทำงานในลักษณะการพัฒนาธุรกิจ รับเป็นที่ปรึกษา  ยกตัวอย่างเช่นธุรกิจ SME มีสินค้าดีมากๆ แต่ไม่รู้จะทำการตลาดอย่างไร ก็จะรับเป็นที่ปรึกษาว่าเจ้าของธุรกิจน่าจะสร้างแบรนด์ประมาณไหน สิ่งที่คุณต้องมีคืออะไร รับทั้งเรื่องของการดีไซน์ งานอีเว้นท์ รวมถึงเป็นออกาไนซ์เซอร์  ซึ่งก็ได้ขึ้นทะเบียนที่ปรึกษาไว้กับศูนย์ที่ปรึกษา กระทรวงการคลังด้วย หลังจากที่เห็นว่าตลาดสุขภาพและความงามเติบโตต่อเนื่อง ประกอบกับทีมวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้ทำงานร่วมกันจนเมื่อประมาณปลายปีที่แล้ว “ลามอน สกินแคร์” จึงถูกก่อตั้งขึ้นมาด้วยแนวคิดที่ต้องการตอบสนองพฤติกรรมและความต้องการของผู้หญิง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการบำรุงดูแลผิว และคงความอ่อนเยาว์ของผิว ด้วยคอนเซ็ปต์ “Lift is Real … ผิวยกกระชับ สัมผัสได้จริง”

LA MONDE เป็นผลิตภัณฑ์บำรุงและยกกระชับผิวสัญชาติไทย ที่มีทีมงานพัฒนาและวิจัยผลิตภัณฑ์ ทีมสร้างแบรนด์ ออกแบบ และสื่อสารประชาสัมพันธ์ที่รว่มทำงานกันมา จึงอยากทำการตลาดให้ไกลไม่จำเพาะให้อยู่แค่ตลาดในประเทศไทย ต้องการที่จะนำผลิตภัณฑ์ไปสัมผัสกับตลาดโลก อย่างเรื่องของชื่อผลิตภัณฑ์ในตอนแรกดูไว้หลายภาษา หลายความหมาย ทั้งไทย ญี่ปุ่น เยอรมัน ดัทช์ ฝรั่งเศส ถ้าตั้งชื่อให้เป็นภาษาไทยมากเกินไปฝั่งต่างประเทศก็จะออกเสียงยาก ก็เลยมีการคุยกันในทีมว่าชื่อไม่ควรเกินสอง-สามพยางค์ ออกเสียงง่ายๆไม่ต้องห่อลิ้น กระดกลิ้นหรือห่อปาก แล้วก็ไปเจอกับคำว่า เลอมง (LE MONDE) ในภาษาฝรั่งเศสที่แปลว่าโลก แต่คำว่าเลอ ในภาษาฝรั่งเศสเป็นเพศชาย แต่ผลิตภัณฑ์ของเราเน้นกลุ่มลูกค้าผู้หญิงก็เลยเปลี่ยนจากคำว่า เลอ LE เป็น ‘ลา’ LA เปรียบเป็นโลกของผู้หญิงที่สวยงาม และส่วนผสมที่สำคัญของเราบางตัวมาจากฝรั่งเศสด้วย  สุดท้ายก็มาสรุปที่ชื่อ “ลามอน”mBookStore : ความพิเศษของ LA MONDE ที่ทำให้แตกต่างจากแบรนด์อื่นที่เป็นสัญชาติไทย

คุณจา : ต้องบอกว่าลองเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ในตลาดที่เป็นตระกูล Lifting & Firming ซึ่งบางผลิตภัณฑ์เป็นงานโพลีเมอร์เวลาใช้คือจะใช้วิธีปาดขึ้นแล้วรอจนเซ็ทตัวแล้วหน้าคุณจะอยู่ตัว ก็จะอยู่ได้ประมาณ 6-8 ชั่วโมง แต่พอล้างหน้าก็จะกลับมาเป็นสภาพเดิม กับอีกกลุ่มหนึ่งที่เป็นการบำรุงที่ต้องใช้การนวดหรือต้องใช้เครื่องมือเข้ามาช่วย  กลุ่มนี้จะเห็นในโฆษณาว่าทาครีมแล้วก็เริ่มนวดด้วยขั้นตอน 1-2-3 ตามที่เขาแนะนำ ซึ่งโฆษณาแบบนี้ก็จะเห็นได้ใน YouTube ที่ขยายออกมาจาก TVC เพื่อให้ข้อมูลลูกค้าเพิ่ม  สำหรับลามอน เราผ่านการวิจัยค้นคว้ามาในระยะเวลาหนึ่ง การใช้ง่ายๆ เหมือนวิธีทามอยส์เจอร์ไรเซอร์  และสามารถสัมผัสถึงความแตกต่างได้ในการใช้เพียงครั้งแรก ซึ่งเป็นที่มาของตัวสโลแกนที่ลามอนใช้อยู่ คือ ‘Lift is Real ... ผิวยกกระชับ สัมผัสได้จริง’  เรามองว่าคู่แข่งทางการตลาดของเราไม่ใช่แบรนด์ไทยด้วยกันเอง แต่เป็นแบรนด์ต่างประเทศที่เข้ามานั่นคือคู่แข่งทางการตลาดของเรา ดังนั้นจึงต้องดึงจุดเด่นพิเศษของลามอน ที่ไม่ต้องผ่านกรรมวิธีหรือกระบวนการใช้เยอะ สามารถใช้แทนมอยส์เจอร์ไรเซอร์ได้เลย  ผลพลอยได้ของการพัฒนาผลิตภัณฑ์คือ ความสะดวกเมื่อลูกค้าต้องการทดลอง โดยสามารถทาหลังจากที่เมคอัพไปแล้วซึ่งแตกต่างจากครีมตัวอื่นๆที่ต้องล้าง makeup และทาก่อนการแต่งหน้า คือสามารถทาทับบนเครื่องสำอางได้เลย มีผลการซึมซับที่ค่อนข้างเร็ว ความกระชับของผิวจะคงอยู่ถึง 2-5 วัน  ลามอนจึงสามารถตอบสนองชีวิตคนเมืองได้เป็นอย่างดีที่ต้องใช้ชีวิตแข่งกับเวลา ลามอนมองเห็นถึงจุดนี้จึงพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์กับ Life Style ของผู้บริโภคให้มากที่สุด

                      

LA MONDE Skincare ถูกก่อตั้งขึ้นด้วยแนวคิดที่ต้องการตอบสนองพฤติกรรมและความต้องการของผู้หญิง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการรักษา บำรุงดูแลผิว และคงความอ่อนเยาว์ของผิว เพื่อสะท้อนความสวยงามที่แม่กระทั่งกาลเวลาก็ไม่อาจพรากผิวสวยไปได้ นอกจากนี้ยังมีทัมงานวิจัยและพัฒนาของตนเองเพื่อคิดค้นสูตร (Formulation) ของผลิตภัณฑ์ยกกระชับที่มีเอกลักษณ์เฉพาะเป็นสูตรของ LA MONDE Skincare เพื่อต่อสู้ในตลาดที่มีการแข่งขันสูง 

mBookStore : ความพร้อมที่จะนำ LA MONDE สู่ตลาดสากล และความพร้อมในตลาดประเทศไทย

คุณจา : จริงๆ แล้วตัวโปรเจคถูกวางมาไว้ตั้งแต่แรก การพัฒนารูปลักษณ์ของแบรนด์ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นตัวโบรชัวร์ แพคเกจจิ้ง ที่เราเลือกมาเป็นอย่างดี เราเลือกขวดผลิตภัณฑ์ที่เป็นแก้วทึบแสงไม่ใช้พลาสติก เพราะขวดแก้วสามารถเก็บรักษาสินค้าไว้ได้ในหลายสภาวะ แต่อาจจะมีปัญหาบ้างในเรื่องของการขนส่ง แต่เราก็สามารถปรับเรื่องของการแพคกิ้งได้ ที่สำคัญที่สุดคือตัวสินค้าต้องสามารถเก็บรักษาคุณภาพไว้ได้และส่งออกได้ ถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เรื่องของสูตรผลิตภัณฑ์เอง เราก็มีความพร้อมหากประเทศคู่ค้ามีเรื่องของข้อห้ามหรือข้อตกลงพิเศษของสารบางอย่าง เราสามารถที่จะปรับสูตรเป็น Selective ให้ไม่มีสารบางตัวให้เขาได้

ตลาดหลักๆ ของเราในช่วงแรกก็จะมุ่งในโซนเอเชียก่อน ที่เราตั้งใจไว้ก็คือที่ฮ่องกง เพราะว่าเป็นเมืองของแฟชั่น ผู้คนก็มีความกระตือรือล้นในการดูแลตัวเอง อย่างข่าวที่เราทราบกันคือประเทศจีนเริ่มมีการพัฒนาการเรื่องความสวยความงามที่อัศจรรย์ใจมากอย่างน่าตกใจ มีผู้สื่อข่าวเคยไปทำข่าวแล้วผู้หญิงจีนบอกว่า ‘ถ้าฉันไม่สวย ต่อให้ฉันเก่งฉันก็จะไม่ได้งาน ถ้าเทียบกับคนที่มีความสามารถเท่ากัน’ ดังนั้นตลาดฮ่องกงจึงเป็นตลาดที่น่าสนใจ ถือเป็น HUB ด้านแฟชั่นของโซนเอเซียอีกส่วนหนึ่ง ส่วนตลาดรอบๆบ้านเราถามว่าสนใจไหม ก็สนใจนะเพราะด้วยเรื่องคมนาคมของเราสะดวกขึ้น การเดินทางไปออกบูทก็จะมีลูกค้าประเทศเพื่อนบ้านเรานี่แหละให้ความสนใจ ติดต่อเพื่อจะขอเป็นเอเย่นต์ในประเทศ ก็มีเข้ามาพอสมควร ซึ่งตรงจุดนี้เราก็จะมีการเลือก Distributer ว่าเขาทำธุรกิจแบบไหน แล้วถ้าเอาสินค้าของเราไปจะนำไปทำการตลาดอะไรบ้าง

ด้านตลาดในประเทศ ณ  ตอนนี้จะเป็นการสะสม End User และมีการเจรจากับ Distributer และห้างสรรพสินค้า แต่ด้วยสภาวะทางเศรษฐกิจการที่เราจะเอาสินค้าของเราเข้าไว้วางในพื้นที่ของเขา กว่าจะได้เป็นเคาท์เตอร์แบรนด์ขึ้นมาก็ต้องมีการทดสอบหลายอย่างเหมือนกัน ณ ตอนนี้ก็มีสินค้าวางอยู่ที่ สยามพารากอน ชั้น 3 The Vanity Zone , ที่ EVEANDBOY สาขาสยามสแควร์ , central.co.th ซึ่งเป็น online store ของเครือเซ็นทรัล

และฐานลูกค้าของเรา Main Target จะเป็นกลุ่มผู้หญิงที่มีอายุ 40+ กลุ่มนี้ถือเป็นกลุ่มแก้ปัญหา คือ เมื่ออายุย่างเข้าเลข 4 สิ่งที่มักเจอตอนตื่นนอนคือริ้วรอยที่ค่อนข้างชัดเจน แต่กลุ่ม Secondary จะเป็นกลุ่มที่ใช้เพื่อการป้องกัน ตามคำภาษาไทยที่มีคือ ‘กันไว้ดีกว่าแก้’ จะเป็นกลุ่มที่มีอายุ 30+ และที่สำคัญคือ กลุ่มลูกค้าของเราไม่ได้จำเพาะว่าจะต้องเป็นผู้หญิง คุณผู้ชายก็สามารถที่จะใช้ผลิตภัณฑ์ของเราได้ และตอนนี้เราได้รับการตอบรับจากลูกค้ากว่า 95% ที่ซื้อผลิตภัณฑ์ของเรา เพราะผลิตภัณฑ์ของเราสามารถสร้างผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์อย่างที่ลูกค้าต้องการ อย่างเวลาที่เราแนะนำสินค้าเราจะแนะนำสินค้าแบบเซ็ทคือ เซรั่ม และอีมัลชั่น เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด  สำหรับคุณผู้หญิงบางท่านที่ยังเสียดายผลิตภัณฑ์ตัวอื่นๆ ที่มีอยู่แล้ว เราก็สามารถแนะนำการใช้ผลิตภัณฑ์ร่วมกันได้

mBookStore : บุคคลต้นแบบในการทำงาน

คุณจา : ถ้าเป็นต้นแบบแบบเดี่ยวๆ บอกเลยว่าไม่มีนะ เพราะชอบศึกษารูปแบบและประสบการณ์ของหลายๆท่าน แต่ถ้าเริ่มต้นบุคคลต้นแบบจริงๆคือ คุณพ่อ ท่านเป็นคนที่ขยันมาก ท่านเริ่มจากการขายวัสดุการศึกษาส่งตามโรงเรียน อย่างเวลาที่ท่านไปหาลูกค้าท่านก็จะคอยสังเกตว่าพวกเครื่องเขียน โรงเรียนต้องใช้ หรืออุปกรณ์อื่นๆ คือจะไม่จำกัดตัวเองว่าฉันมีของขายแค่แบบนี้ ก็ไปเสนอเท่านี้ แต่จะเป็นลักษณะที่เข้าไปคุยกับลูกค้าแล้วเห็นว่าลูกค้ามีความต้องการสินค้าอะไรอยู่ ซึ่งพ่อก็จะเก็บรายละเอียดและหาไปเสนอเพิ่ม ซึ่งเวลาที่เราจะทำงานอะไรสักอย่างก็จะเอาวิธีการคิด วิธีการทำงานของคุณพ่อมาปรับ คุณพ่อจะสอนว่า ทำตัวให้ Flexible เข้าไว้ แล้วก็จะสอนสไตล์คนจีนก็คือ เงินทองมันมีอยู่ทั่วไป คนมีความที่ต้องการจะซื้อของอยู่เต็มไปหมดเลย เพียงแค่เราจะต้องหาของที่ไปตอบโจทย์คนที่ถือเงินพวกนี้ให้ได้ แล้วเราก็จะได้เงินเขามา  อันนี้มันเป็นในลักษณะการสอนแบบคนจีน มีการสอนแบบการซื้อมาขายไป การเลือกหา supplier จนถึงการนัดเวลาวันเวลาเพื่อให้ลูกค้าได้รับของตามกำหนด ซึ่งทั้งหมดเป็น on the job training  เลยเหมือนลูกเป็ดที่ต้องทำได้หลายอย่างๆ ในคราวเดียวกัน
mBookStore : หนังสือที่อ่านแล้วเกิดแรงบันดาลใจ

คุณจา : เล่มแรกคือ The Magic of thinking Big  ที่อ่านเล่มนี้เพราะให้จุดเริ่มต้น เหมือนกับว่าหลายๆเล่มจะเป็นการแชร์ประสบการณ์บ้างล่ะ การแก้ปัญหาบ้างล่ะ แต่ว่าหนังสือเล่มนี้ไม่ใช่ หนังสือเล่มนี้คุณต้องเปิดหัว เปิดใจตัวเองก่อนว่าคุณทำได้ ไม่อย่างนั้นคุณก็ทำอะไรไม่ได้เลย แล้วหลังจากอ่านเล่มนี้จบ  แล้วก็มีหนังสือของคุณบัณฑิต อึ้ง รังษี หลายเล่มอยู่ บางครั้งบางคนที่อ่านหนังสือว่าชีวิตของเขาเป็นแบบนี้ อ่านแล้วก็คิดแบบเรามีพื้นฐานไม่เหมือนเขาทำไม่ได้หรอก มันไม่ใช่เพราะว่าคุณต้องเปิดใจก่อน  แล้วคุณหยิบ บางคำ บางตอนในแง่คิดของเขามาปรับใช้ หนังสือที่อยากแนะนำให้อ่านคือ Harry Poster เพราะว่าในคาถาต่างๆ ของ Harry Poster ถ้าเขาไม่มั่นใจว่าเขาเสกออกไปแล้วจะส่งผลได้จริง มันก็ไม่มีทางเป็นไปได้ มันจะเฟล รวมถึงบางคาถาที่บอกว่าคุณต้องคิดถึงสิ่งดีๆในชีวิตนะ เมื่อคุณเสกออกไปมันถึงจะส่งผล ถ้าช่วงที่หดหู่ เขาก็จะไม่สามารถใช้คาถานี้ได้เลย มันเหมือนกับการสะท้อนว่า ถ้าชีวิตคุณมัวแต่หดหู่ คุณก็ทำอะไรไม่ได้ คุณต้องเอาตัวเองให้ออกจากความหดหู่ให้ได้เสียก่อน มันถึงจะประสบความสำเร็จ.นอกจากนี้ก็ยังมีหนังสืออื่นๆ ที่ให้แง่คิดในการดำเนินชีวิตอย่างของคุณนิ้วกลมก็ดี ด้วยความที่เขาเป็นคนอ่านหนังสือมาค่อนข้างเยอะ การลำดับเรื่องของเขาค่อนข้างดี แล้วเวลาที่เขายกคำพูดของอีกคนหนึ่งมามันดูสมูทและเป็นเรื่องเดียวกัน และเขาเป็นคนที่เขียนได้หลายงาหลายมุม แต่ช่วงหลังๆ มานี่ก็ต้องยอมรับว่าสื่อทางอินเทอร์เนตมีเพิ่มขึ้นเยอะมาก คนไทยซื้อหนังซื้อน้อยลงจริง แต่อ่านทางออนไลน์เยอะมากขึ้น ซึ่งเราก็เป็นแบบที่บอกนี่เลย

ท้ายสุด คุณจา ฝากถึงผลิตภัณฑ์ LA MONDE ว่า ‘Lift is Real คือ ผิวยกกระชับ สัมผัสได้จริง’ เป็นสิ่งพิเศษที่ LA MONDE มอบให้กับลูกค้า และสามารถติตามรายละเอียดต่างๆได้ที่ แฟนเพจ LA MONDE Skincare

และพิเศษสุดสำหรับเพื่อนๆที่อยากรู้ว่า LA MONDE จะทำให้ผิวของคุณชุ่มชื้นได้อย่างไร หากโทรเข้าไปที่เบอร์ 094-440-4919, 02-618-8756 และบอกว่าอ่านบทความมาจาก mBookStore จะได้รับส่วนลด 30% ทันที

Posted on Monday, September 28, 2015 เข้าอ่าน 148 ครั้ง


จำนวนหนังสือทั้งหมด 7,583 เล่ม
วงการบันเทิง กอสซิป หนังสือแจกฟรี FAQ User Guide ขอเชิญร่วมงาน Art in the Garden นิทรรศการแสดงงานศิลปะเพื่อผู้ป่วยมะเร็งที่ยากไร้ หนังสือแนะนำทั้งหมด คลิ๊ก 18+ Magazine 7 ห้องสมุดที่ดีที่สุดในเอเชีย ที่คุณต้องไปให้ได้!!! ติดต่อเรา @Kitchen My Cool Kitchen โลกส่วนครัวริมรั้วหลังบ้าน ข่าวสารทั้งหมด คลิ๊ก + ปิดตา เปิดใจ…ร่วมประสบการณ์ การ “ให้” แบบ Dine in the Dark นิตยสารมาใหม่ กฎหมาย การเมือง หนังสือมาใหม่ MAROON 5 ทำเซอร์ไพรส์คู่รัก ในงานแต่ง เพลง SUGAR อัลบั้มใหม่ที่มีชื่อว่า “V” ท่องเที่ยว กีฬา อ่านฟรี นิตยสารแนะนำ นิตยสารทั้งหมด หนังสือทั้งหมด นานมีบุ๊คส์ เปิดตัวหนังสือ แค่ ๑๓ กรณีตัวอย่าง เหยื่อความรุนแรงในครอบครัว บนเส้นทางการค้าประเวณี บ้าน การแต่งบ้าน การจัดสวน