Skip to main content

"ผู้ชายก็คล้ายรองเท้าแก้ว (ข้างที่หายไป)"

หากผู้หญิงเป็นซินเดอเรลล่า... ผู้ชายก็คล้ายรองเท้าแก้ว (ข้างที่หายไป)




หนังสือต้นเรื่อง : ผู้ชายก็คล้ายรองเท้าแก้ว (ข้างที่หายไป)

ผู้แต่ง : พึงเนตร อติแพทย์

สำนักพิมพ์ : SpaceBar ในนาม ก้าวกระโดด

 

ผู้หญิงทุกคนต่างเป็นซินเดอเรลล่า และปรารถนาการมาถึงของรองเท้าแก้วอีกข้างที่หายไปเพราะว่าเราต่างเติบโตมากับนิทานเจ้าหญิงเจ้าชาย เราก็เลือกจองว่าอยากจะเป็นใคร แต่เราไม่เคยถามตัวเองกันเลยว่า แล้วใครล่ะจะมาเป็นเจ้าชาย หากเราอยากพบกับรองเท้าแก้วข้างที่หายไป เราต้องทำความรู้จักกับความรักทุกรูปแบบให้ได้เสียก่อน เพื่อที่จะมั่นใจได้ว่าคนแบบไหนเป็นเจ้าชายที่เราตามหา บนโลกนี้มีทฤษฎีมากมายที่ช่วยทำให้เราตัดสินใจเลือกรองเท้าแก้วที่พอดีกับเรา ซึ่งทฤษฎีเหล่านี้จะพาให้คุณไปพบกับความรู้สึกนั้นทีละน้อย ทีละน้อย...

ทฤษฎีว่าด้วยเรื่อง 7 ปีอาถรรพ์

            ไม่ใช่เรื่องง่ายนักหรอกที่เราจะจูงมือใครสักคนฝ่าฟันวันเวลามาด้วยกัน 6 ปี 7 ปี ประเด็นหลักที่ทำให้คู่รักฝ่าอาถรรพ์ 7 ปีไม่รอดนั้น เพราะในช่วงระยะปีที่ 7 คือปีที่เป็นวิกฤตของความสัมพันธ์ ความวาบหวาม ความตื่นเต้นเร้าใจจะหมดไป เหลือแต่ความรักที่แปรเปลี่ยนเป็นความผูกพัน หากคู่ไหนไม่อาจทนต่อการเปลี่ยนแปลงนี้ได้ก็จะทำให้เลิกรากันไปในที่สุด จึงไม่ต้องแปลกใจที่คู่รักหลายคู่ที่คบกันมานานจะเลือกทางออกให้ความรักแบบนี้

ทฤษฎีบูมเมอแรง

ความรักมีอิสระเป็นของตัวเอง เราไม่สามารถควบคุมได้ หากเรามอบความไว้ใจให้ใครไปแล้ว และไม่ได้รับการตอบกลับจงอย่าเสียใจ ให้คิดว่าเขาไม่ใช่บูมเมอแรงของเรา และเราก็ไม่ใช่บูมเมอแรงของเขาเช่นกัน แต่เราจะถูกขว้างไปหาใครหรือมีใครถูกเหวี่ยงมาหาเรานั้นปล่อยให้เป็นหน้าที่ของความรักเถิด

ทฤษฎีแรงโน้มถ่วงและการเคลื่อนที่

ทุกคนต่างมีกลไกในการป้องกันตนเอง แต่ทันทีที่เราตัดสินใจรักใครไปแล้ว อำนาจทั้งหมดจะตกเป็นของ “หัวใจ” เพราะเชื่อว่าเราต่างตกหลุมรักด้วยแรงโน้มถ่วงจากใครสักคน และทางเดียวที่เราจะรู้ว่าหลุมนั้นเหมาะสมกับเราหรือไม่ ก็คือการขุดมันให้ลึกที่สุดจนแน่ใจว่าจะหยุด หากถลำลึกลงไปก็จะทำให้เราเสียใจ ไม่สามารถขึ้นมาจากหลุมนั้นได้อีกเลย

 

ทฤษฎีโลกคู่ขนาน

บางครั้ง “ความรัก” อาจไม่ได้สร้างมาให้เราครอบครอง ทำได้เพียงแค่มองเห็นกันแต่ไม่สามารถโคจรมาเจอกันได้ ความรู้สึกเช่นนี้ย่อมไม่มีใครอยากได้ แม้จะอยู่ใกล้กันมากแค่ไหนก็ตามก็ยังคงเห็นช่องว่างระหว่างกันอยู่ดี และไม่มีทางที่จะมาบรรจบกันได้

ทฤษฎีกระต่ายบนดวงจันทร์

คุณเคยรู้สึกฟุ้งๆ ในใจกับใครสักคนบ้างไหม ความรู้สึกที่ว่านี้สวยงาม ลึกซึ้ง และประทับลงในหัวใจของเราอย่างไม่ทันรู้ตัว ความรู้สึกนี้ไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ แต่จะเกิดกับบางคนที่หาคำตอบไม่ได้ว่าเพราะอะไร ทำไม เราถึงรู้สึกเช่นนี้ เมื่อนึกถึงเขาจะนึกถึงพระจันทร์ บางครั้งก็มาพร้อมกับความไม่ชัดเจนว่าเขารู้สึกกับเราอย่างไร หากใจตรงกัน ในที่สุดเขาก็จะลงมาหาเราเอง

กฎอันศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้า

ความรักโหดร้ายและเลือดเย็นกว่าที่เราคิดเสมอ ไม่มีใครอยากได้รักต้องห้าม ความรักในรูปแบบนี้เกิดได้หลายปัจจัยแม้จะเป็นความรักที่บริสุทธิ์ก็ตาม ถ้าใจไม่แข็งพอ จะมีสักกี่คนที่ก้าวข้ามมันออกมาได้ คนที่ใช่ มันต้องใช่ทุกอย่าง หากมีอะไรบางอย่างที่รู้สึกว่ามันผิด ขอจงเชื่อว่าไม่มีทางที่ความรักจะยั่งยืนได้

ทฤษฎีสมคบคิด

ความรัก ไม่อาจเป็นอะไรได้มากกว่า ความรัก คู่แท้ย่อมต้องการการสนับสนุนจากสิ่งอื่นไม่ใช่แค่ความรัก ซึ่งก็หมายถึงความพอดีของหลายๆ สิ่งมาประกอบกันอย่างลงตัวในความสัมพันธ์ อาจจะเป็นสิ่งที่เราไม่ทันมองเห็นก็ได้ แต่มันมีอยู่จริงและเป็นพลังสำคัญของความรัก ทั้งหมดนั้นเราเรียกว่าความประจวบเหมาะ

ทฤษฎีว่าด้วยสสารแห่งรัก

เราอาจดำรงชีวิตอยู่ได้โดยปราศจากคนรักและความรัก แต่เมื่อเวลาผ่านไปทำให้ค้นพบว่า เราสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้โดยปราศจากคนรัก แต่ไม่ใช่กับความรัก เพราะความรักเป็นเหมือนออกซิเจนในร่างกายที่เป็นพลังขับเคลื่อนในการดำรงชีวิตและทำให้เราไม่รู้สึกอ้างว้าง แม้ว่าเราจะโสด แต่คุณเคยสังเกตตัวเองบ้างหรือเปล่าว่าในวันที่เหงาถึงขีดสุดหรือแย่ที่สุด เรามักจะมีภาพใครบางคนลางๆ อยู่ในใจเสมอ

ทฤษฎีว่าด้วยเคมีต้องตรงกัน

สิ่งที่ทำให้เรารู้สึกหรือไม่รู้สึกไม่ใช่เพียงรูปลักษณ์ภายนอก แต่มาจากการปะทุภายในที่เรียกว่า “เคมี” การทำงานของเคมีอาจคล้ายๆ กับ Passion แต่เคมีจะเข้าถึงได้ยากกว่า เคมีคู่รักจะหมดลงภายใน 2 ปี เราต้องประคับประคองความรักให้ดูใหม่อยู่เสมอ หากจะคบหาใครสักคนก็ขอให้ค่อยเป็นค่อยไปจะดีกว่า

กฎของสนามแม่เหล็กและแรงดึงดูด

โลกคือสนามแม่เหล็กที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูด บ่อยครั้งที่มันมักจะเหวี่ยงสิ่งที่ไม่ใช่มาให้เราก่อน การเปิดใจพูดคุยกับใครหลายคนไม่ใช่เรื่องผิด แต่จะทำให้เราสับสนและไม่แน่ใจว่าใครกันแน่ที่ใช่ เพราะคนที่ใช่ยังไงก็ใช่อยู่ดี ค่อยๆ รู้จักกัน เรียนรู้กัน มันจะดึงดูดกันเองโดยที่เราไม่ต้องพยายามตั้งคำถามว่าใช่หรือไม่ใช่

ว่าด้วยเรื่องของหนังสือ The Secret และทฤษฎีการดึงดูด

ในหนังสือ The Secret ของ Rhonda Byrne บอกเราว่า โลกนี้คือสนามแม่เหล็กขนาดมหึมา ในขณะที่จิตของเราก็มีอำนาจมหาศาลในการดึงดูดแม้กระทั่งความรัก หากอยากได้อะไรก็ให้คิดถึงสิ่งนั้น อยากได้สิ่งดีๆ ก็นึกถึงสิ่งดีๆ ถ้าคุณอยากทดลองดูบ้างก็ไม่เสียหายอะไรที่จะหลับตาแล้ววาดภาพสิ่งที่ต้องการเสียตั้งแต่ตอนนี้

ทฤษฎีว่าด้วยการตกอยู่ในห้วงความรัก ภาวะลุ่มหลง และช่วงโปรโมชั่น

            ตามหลักจิตวิทยาว่ากันว่า คนเราจะหลงหรือชอบใครได้เต็มที่คือ 4 เดือน ถ้าเกินกว่านั้นถือว่าคือ ความรัก ในห้วงรักทุกคนล้วนมีโปรโมชั่น เราจึงมักสรรหาสารพัดสิ่งที่จะเอาใจคนรัก แต่ระยะเวลาเหล่านั้นช่างสั้นเหลือเกิน รักที่ปราศจากความลุ่มหลงอาจไม่เพียงพอที่จะเป็นความรักได้ ความสัมพันธ์ที่สมบูรณ์แบบจึงต้องมีทั้งความรัก และ ความลุ่มหลง

“เราไม่รู้หรอกว่ารองเท้าแก้วข้างไหนที่เรากำลังตามหา จนกว่าเราจะได้สวมมัน หากพบมัน จงรักษามันเท่าที่จะรักษาหัวใจของตัวเองได้ เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะเจอเจ้าชาย นอกเสียจากจะยอมรับได้ว่า ไม่ปรารถนาจะเป็นเจ้าหญิงองค์ใดในจักรวาลนี้อีกต่อไปแล้ว...”

Posted on Monday, March 21, 2016 เข้าอ่าน 239 ครั้ง


จำนวนหนังสือทั้งหมด 7,583 เล่ม
วงการบันเทิง กอสซิป หนังสือแจกฟรี FAQ User Guide ขอเชิญร่วมงาน Art in the Garden นิทรรศการแสดงงานศิลปะเพื่อผู้ป่วยมะเร็งที่ยากไร้ หนังสือแนะนำทั้งหมด คลิ๊ก 18+ Magazine 7 ห้องสมุดที่ดีที่สุดในเอเชีย ที่คุณต้องไปให้ได้!!! ติดต่อเรา @Kitchen My Cool Kitchen โลกส่วนครัวริมรั้วหลังบ้าน ข่าวสารทั้งหมด คลิ๊ก + ปิดตา เปิดใจ…ร่วมประสบการณ์ การ “ให้” แบบ Dine in the Dark นิตยสารมาใหม่ กฎหมาย การเมือง หนังสือมาใหม่ MAROON 5 ทำเซอร์ไพรส์คู่รัก ในงานแต่ง เพลง SUGAR อัลบั้มใหม่ที่มีชื่อว่า “V” ท่องเที่ยว กีฬา อ่านฟรี นิตยสารแนะนำ นิตยสารทั้งหมด หนังสือทั้งหมด นานมีบุ๊คส์ เปิดตัวหนังสือ แค่ ๑๓ กรณีตัวอย่าง เหยื่อความรุนแรงในครอบครัว บนเส้นทางการค้าประเวณี บ้าน การแต่งบ้าน การจัดสวน