Skip to main content
Home << ข่าวสารและกิจกรรม << “น้องฟิวส์” เด็กชาย(ขาย)ขนมใส่ไส้ ผู้ใช้เวลาให้เป็นประโยชน์

“น้องฟิวส์” เด็กชาย(ขาย)ขนมใส่ไส้ ผู้ใช้เวลาให้เป็นประโยชน์

“น้องฟิวส์” หรือ ด.ช.ชาคร เติมบริลักษณ์ เด็กชายยอดกตัญญู ที่โลกออนไลน์ต่างๆให้ความสนใจชีวิตของเด็กชายวัย 13 ปี ที่ออกมาช่วยแม่ขายขนมใส่ไส้ จนกลายเป็นที่กล่าวถึงอย่างรวดเร็ว จากเด็กติดเกมมาสู่เยาวชนที่รู้จักคุณค่าของเวลา น้องฟิวส์ได้แรงบันดาลใจมาจากที่ไหนกัน

“อย่างช่วงเวลาที่รู้สึกว่าท้อ แม่ก็พูดให้ฟังทำให้เราใช้ชีวิตต่อไปได้ ทุกคำที่แม่พูดเป็นแรงบันดาลใจหมด อย่างช่วงแรกๆจะติดเกมมาก แต่ที่สามารถเปลี่ยนแปลงเพราะได้มาขายขนม ในตอนแรกแม่บังคับให้มาช่วยขายเพราะอยากให้ห่างจากเกมพอนานเข้าตอนนี้ชินแล้วที่จะต้องไปขาย และคิดว่าเป็นหน้าที่ก็เลยเข้ามาช่วย ตอนแรกที่ถูกบังคับให้ไปขาย รู้สึกอายมาก ไม่กล้าเดินขาย ใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะชินกับการที่ต้องออกไปขาย จนตอนนี้ขายขนมใส่ไส้มากว่า 4 ปีแล้ว ตอนนี้ก็รู้สึกดีใจที่สามารถแบ่งเบาภาระให้แม่ได้ จะขายทุกวันอย่าง จันทร์ถึงเสาร์ ก็จะขายอยู่ที่เดอะมอลล์ ท่าพระ วันอาทิตย์จะขายอยู่ที่ปากซอยจรัญสนิทวงศ์ 3  และอาศัยช่วงค่ำหลังจากการขายขนมกลับมาทำการบ้าน...อนาคตหลังจากนี้อยากเรียนเกี่ยวกับวิศวะ อยากสร้างหุ่นยนต์ ตอนนี้ก็พยายามเรียนให้จบก่อนแล้วถึงจะคิดเกี่ยวกับเรื่องการเข้ามหาวิทยาลัย เมื่อมีเวลาอ่านหนังสือ หนังสือที่ชอบอ่านคือหนังสือการ์ตูน ประเภทให้ความรู้ทั่วไป แนววิทยาศาสตร์ จากการอ่านการ์ตูนใช่ว่าจะอ่านเพื่อความสนุกเพียงอย่างเดียว แต่การ์ตูนยังให้ข้อคิดในหลายๆเรื่อง อาทิ การรู้จักเก็บออมเงิน ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์"

แรงบันดาลใจสำหรับทุกวันนี้คือ “ทำทุกวันนี้ให้ดีที่สุด ก่อนที่เราจะสบายเราก็ต้องลำบากก่อน” ฟิวส์ฝากถึงเพื่อนๆที่รู้สึกท้อและสิ้นหวังว่า ‘อย่าท้อ ให้ช่วยเหลือครอบครัวเท่าที่จะทำได้ ตั้งใจเรียนแล้วจะสบายเอง'

คุณแม่ทัศนีย์ เติมบริลักษณ์ ด้วยวัย 43 ปี แต่สามารถเลี้ยงดูบุตรถึง  3 คนให้เป็นเด็กที่มีคุณภาพของสังคม บุตรสาวคนโต น้องเฟิรท์ วัย 19 ปี บุตรสาวคนรองน้องเฟิน วัย 16 ปี และลูกชายคนสุดท้องน้องฟิวส์ วัย 13 ปี ที่กำลังเป็นที่กล่าวขวัญอยู่ในสื่อออนไลน์ เรามาดูกันว่าคุณแม่มีวิธีการสองน้องฟิวส์ให้ปรับทัศนคติจากเด็กที่ติดเกมมาเป็นเด็กที่รู้จักช่วยเหลือครอบครัวได้อย่างไรบ้าง

“แรกๆเลยนี่ต้องบอกว่าใช้การบังคับ ว่าจะต้องออกมาขายของเพื่อให้ห่างจากเกม แต่ตัวน้องเองยังไม่รู้ว่านี่เป็นเหตุผลจริงๆที่เราอยากให้เขาห่างจากเกม ก็ใช้วิธีบอกว่า ถ้าออกมาขายของหากอยากกินอะไรก็จะได้กินนะ ปกติน้องจะเอาเงินค่าขนมไปลงที่เกมหมด พอออกมาขายของเขาก็จะได้กินขนมจนอิ่ม ประจวบเหมาะกับได้ทิปก็ดีใจ ฟิวส์ก็จะบอกกับเราว่า มีเงินกินขนมแล้วก็เริ่มอยากออกไปขาย พอเราขายของได้เงินก็สามารถที่จะซื้ออะไรกินได้ อย่างบางทีน้องเห็นคนอื่นทานขนมแล้วเขามองเราก็ไม่อยากที่จะไปสปอย์เขา เพราะถ้าเราไปตามใจเขามากๆเขาก็จะไม่รู้จักกับคำว่า ‘ความลำบาก’ อย่างช่วงที่ฟิวส์ท้อสุดๆ เราก็จะบอกเขาว่า ถ้าน้องฟิวส์ไม่ช่วยแม่แล้วใครจะช่วยแม่ ถ้าแม่คนเดียวแม่ก็เหนื่อย ถ้าฟิวส์มาช่วยแม่ไม่กี่ชั่วโมงเราจะได้มีรายได้มีเงินมาใช้ หากโตขึ้นมาแล้วมีเงินค่อยมาคิดเที่ยวก็ยังไม่สาย แต่ตอนนี้พวกเรายังลำบากกันอยู่ เราก็ทำงานกันไปก่อนแล้วบั้นปลายชีวิตเมื่อพวกหนูโตขึ้นมามันก็จะสบาย เรียนให้สูงๆ ทำงาน อยากจะไปเที่ยว อยากจะนั่งเครื่องบิน ถ้าหนูมีเงินได้ไปแน่นอน....”

มีอยู่ช่วงที่เขาออกจากบ้านไปเลย เพราะเครียดกับการที่จะต้องมารับผิดชอบตรงนี้ เราก็บอกเขาว่าฟิวส์เห็นที่แม่ทำงานไหม ออกไปแต่เช้า กว่าจะกลับเข้าบ้านมาก็ 3-4 ทุ่มแล้วถ้าพวกหนูไม่ช่วยแม่แล้วใครจะช่วยแล้วเราก็จะไม่มีเงินไปเรียนหนังสือ เข้าก็เริ่มคิดได้มีการปรับทัศนคติตัวเอง เริ่มคิดได้ มีบ้างที่อดออดเราก็บอกเขาว่าถ้าหนูเรียนจบมาแล้วไม่มีงานทำแต่หนูมีอาชีพตรงนี้เพราะว่าเราเคยทำแล้ว เวลาไปทำอะไรจะได้มีไหวพริบในการแก้ไขปัญญาเฉพาะหน้า เราใช้วิธีให้เขาซึบซับตรงนี้ด้วยตัวของเขาเอง คือก็ใช้วิธีทั้งบังคับทั้งปลอบแล้วก็ทั้งสอน ว่าใครมีอะไรอย่าเอาตัวเราเองไปเปรียบเทียบ บางทีเขาจะมาพูดว่าเพื่อนมีบ้านหลังใหญ่ มีนู่นมีนี่ มีโทรศัพท์เล่น เราก็บอกว่าเราอย่าไปเทียบกับเขา เรามีแค่ไหนเราอยู่แค่นั้น แต่ต่อไปถ้าเราขยันเราก็จะมีเอง เป็นคำที่เราจะพูดปลอบใจเขาตลอดตั้งแต่เขายังไม่เป็นที่รู้จัก เพราะเรารู้ว่าเขาต้องท้อด้วยความที่เขาเป็นเด็กก็มีมุมงอแงบ้าง พวกพี่ๆ ก็จะคอยเตือนว่าน้องฟิวส์ต้องไปช่วยแม่ทำงาน หากอยากมีเงินทานข้าว ไปโรงเรียนก็ต้องทำงาน และเราก็โชคดีที่พวกเขาเป็นเด็กรักดี ถึงเราจะเหนื่อยหน่อยแต่เราก็สบายใจ เราพูดกับลูกว่า ถึงว่าเราจะไม่มีกินแต่เราก็สบายใจ เรามีความสุขกันแล้ว เวลาท้อใจเราก็คอยปลอบใจกัน

ความคิดดีๆจากทั้งน้องฟิวส์และคุณแม่ทัศนีย์อาจทำให้คนที่กำลังท้อแท้ รู้สึกเหน็ดเหนื่อยกับชีวิต พอจะมีข้อคิดดีๆ เพื่อนำไปปรับเป็นกำลังใจให้สู้กันต่อไป

Posted on Friday, July 3, 2015 เข้าอ่าน 413 ครั้ง


จำนวนหนังสือทั้งหมด 7,583 เล่ม
วงการบันเทิง กอสซิป หนังสือแจกฟรี FAQ User Guide ขอเชิญร่วมงาน Art in the Garden นิทรรศการแสดงงานศิลปะเพื่อผู้ป่วยมะเร็งที่ยากไร้ หนังสือแนะนำทั้งหมด คลิ๊ก 18+ Magazine 7 ห้องสมุดที่ดีที่สุดในเอเชีย ที่คุณต้องไปให้ได้!!! ติดต่อเรา @Kitchen My Cool Kitchen โลกส่วนครัวริมรั้วหลังบ้าน ข่าวสารทั้งหมด คลิ๊ก + ปิดตา เปิดใจ…ร่วมประสบการณ์ การ “ให้” แบบ Dine in the Dark นิตยสารมาใหม่ กฎหมาย การเมือง หนังสือมาใหม่ MAROON 5 ทำเซอร์ไพรส์คู่รัก ในงานแต่ง เพลง SUGAR อัลบั้มใหม่ที่มีชื่อว่า “V” ท่องเที่ยว กีฬา อ่านฟรี นิตยสารแนะนำ นิตยสารทั้งหมด หนังสือทั้งหมด นานมีบุ๊คส์ เปิดตัวหนังสือ แค่ ๑๓ กรณีตัวอย่าง เหยื่อความรุนแรงในครอบครัว บนเส้นทางการค้าประเวณี บ้าน การแต่งบ้าน การจัดสวน